Comfort Zone ที่เราสร้างขึ้น เมื่อเราก้าวพ้นมันไปได้ เราจะมองเห็นโอกาสของความสำเร็จ

วันนี้เรามีโอกาศได้หยิบยกแนวคิดของผู้บริหารหญิง ดลหทัย ทีนะกุล CEO Haewon ซึ่งกว่าจะเป็นวันนี้ได้ คุณมายด์มีเรื่องราวที่หลายคนอาจจะกำลังเผชิญอยู่หรือติดกับดักของความสำเร็จที่เรียกว่า Comfort Zone มาเป็นแนวคิดดีๆ ที่ขอมาส่งต่อให้อีกครั้ง ถ้าคุณกำลังมองหาความสำเร็จ บทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับชีวิตคุณแน่นอน..

“Comfort Zone ที่เราสร้างขึ้น เมื่อเราก้าวพ้นมันไปได้ เราจะมองเห็นโอกาสของความสำเร็จ”

​การอยู่นอก Comfort Zone สำหรับมายด์ ไม่ใช่ความเสี่ยงเสมอไป เพราะถ้าเรามีการวางแผนที่ดี บวกกับเป้าหมายที่ชัดเจนพอ ลองดูรูปซ้ายมือของคุณตอนนี้นะคะ มายด์เคยเป็นนักศึกษาที่จัดอยู่ในที่ใครขนานนามว่า “หลืบคณะ” มาจากคำว่าซอกหลืบพูดง่ายๆคือ ไม่ค่อยมีใครรู้จัก เพราะมายด์เป็นเด็กเนิร์ดๆ ไม่ค่อยคุยกับใคร ไม่ชอบสุงสิงกับใคร มีแค่เพื่อนในโต๊ะเท่านั้น ที่คบคุยกันและพากันเที่ยวบ้าง

​ทั้งที่ความจริงแล้วในคณะมีคนชื่อมายด์อีก 2 คน แต่คนทั้งคณะจะคิดว่ามีอยู่ 2 มายด์ ทั้งๆที่ความจริงมี 3 มายด์ ทำให้ตอนนั้นมายด์เป็น no one ที่ถูกลืม ไม่มีตัวตนเลย

สิ่งที่มายด์ถนัดคือ การเรียน เรียนและเรียน สิ่งที่มายด์กลัวคือ การพรีเซนต์หน้าชั้นเรียน ​ แต่วิชาที่ชอบที่สุดคือ marketing ติดอยู่อย่างเดียวคือ marketing เป็นวิชาที่มีการบ้านเยอะมากค่ะ

​และมักจะมีการให้ออกมาพรีเซนต์ ซึ่งมายด์ก็จะเลี่ยงบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด แล้วชดเชยด้วยการทำสไลด์แทน ทำข้อมูลให้เพื่อน ออกไปพรีเซนต์แทนเรา


​​จนวันหนึ่งตอนขึ้นปี 4 ทุกคนจะแย่งกันลงเรียนวิชาแบรนด์ กับอาจารย์ท่านนึงที่เราต่างยกย่องว่า “สุดยอดของสุดยอด” ​แต่..ไม่ใช่แค่อยากเรียนแล้วจะได้เรียน เพราะอาจารย์รับแค่ 18 คนเท่านั้น (จากหลายร้อยคนที่สมัครเข้ามา) แต่แล้วมายด์ก็โชคดีคะที่เป็น 1 ใน 18 คนที่ได้เรียนกับอาจารย์

“วันแรกที่เข้าไปเรียน… อาจารย์สั่งให้เตรียมเนื้อหามาพรีเซนต์เดี่ยวหน้าชั้นเรียน พอถึงวันที่ต้องพรีเซนต์ มายด์เริ่มต้นพูด ในเวลาไม่ถึง 1 นาที
​อาจารย์ก็สั่งให้หยุด บรรยากาศตอนนั้น ทั้งห้องเงียบสงัด มีแต่เสียงอาจารย์ที่ดังก้องในหัว… ว่าเป็นการพรีเซนต์ที่ฟังไม่รู้เรื่อง พูดเหมือนท่องจำมา ​​ซึ่งมายด์ยอมรับตามตรงค่ะ ว่ามันจริงตามที่อาจารย์พูด มายด์เลือกจำสคริปต์มาเพราะกลัวพูดไม่ครบ พออาจารย์ถามคำถาม มายด์ตอบไม่ได้เลย… เพราะจริงๆ แล้วมายด์ไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองนำเสนอเลย

​วันนั้นเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตมายด์

เพราะการเรียนมาสิบกว่าปี ไม่เคยโดนอาจารย์คำหนิแม้แต่ครั้งเดียว แต่ครั้งนี้กลับโดนติแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ เรียกว่ายืนฟังจนหน้าชา ล้มได้ล้มไปแล้วค่ะ

​พอหมดชั่วโมงเรียน มายด์แบกความผิดหวังกลับบ้าน ขังตัวเองในห้อง แต่ไม่ได้ฟูมฟายนะคะ มายด์เลือกไปอ่าน Text ใหม่ ​อ่านจนหมดทุกเรื่องที่ต้องเรียนในเทอมนั้น บอกกับตัวเองว่าเราต้องเข้าใจให้ได้ และทุกวันที่มีเรียนวิชานี้… มายด์ก็จะสรุปเนื้อหาที่อาจารย์สอน แล้วทบทวนด้วยการส่ง E – Mail ไปสอบถามอาจารย์ว่ามายด์เข้าใจถูกมั้ยคะ?

​ช่วงนั้น มายด์ซ้อมหนักมาก ฝึกวิธีการเล่าเรื่อง ฝึกการนำเสนอใหม่ จนถึงวันที่พรีเซนต์จริง ผลของความพยายาม ก็ทำให้ทุกอย่างมันราบรื่นดั่งที่ตั้งใจ มายด์เห็นรอยยิ้มของอาจารย์ เป็นภาพจำที่ฝังสมองมาจนวันนี้ และสุดท้ายวิชาที่ใครก็บ่นว่าให้ A น้อยมาก
​​“มายด์ก็ได้ A มาครอบครอง”

​การพรีเซนต์เป็น ต่างจากการพรีเซนต์ได้ เพราะมันไม่ใช่ แค่ช่วยให้ประสบความสำเร็จในการเรียนเท่านั้น แต่เป็นต้นทาง นำมายด์มาถึงวันที่ต้องออกมาพูดให้ตัวแทนนับหมื่นๆคน ฟัง และมายด์ก็กล้าที่จะออกมาทำด้วยตัวเองความกล้า นำพาโอกาสให้มายด์เริ่มมาขายของออนไลน์ ท่ามกลางสังคมที่มองแบบไม่เข้าใจ

ความกล้า นำพาการยอมรับ เมื่อวันนึงมายด์พิสูจน์ ตัวเองได้
​ความกล้า ของมายด์วันนี้ ทำให้มีธุรกิจที่สามารถหล่อ เลี้ยงผู้คนได้อีกหลายพัน หลายหมื่นชีวิต


​“แล้วคุณคิดว่าความกล้าเพียง 1 ครั้งมันคุ้มค่ามั้ยละคะ ?”

หากคุณกล้าเมื่อไหร่ = หลุดจาก Comfort Zone และปลดตัวเองออกจากพันธนาการทั้งหมดทั้งมวล ​สุดท้ายเมื่อเราหลุดออกจากคำเหล่านั้น ก็ตามภาพเลยค่ะ
​​
​มันจะเป็นภาพความสำเร็จที่คุณเองก็ภูมิใจในตัวเอง …

– ดลหทัย ทีนะกุล-

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *