สิ่งที่เริ่มเข้าใจตอนอายุใกล้ 30

จากข้อความบนเฟสบุคส่วนตัว Dolhathai Teenakul ของคุณมายด์ ดลหทัย ทีนะกุล ผู้บริหารหญิงของบริษัทแฮวอน จำกัด เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงในชีวิตที่ผ่านมา ถูกนำมาเรียบเรียงผ่านเป็นตัวหนังสือ เกิดเป็นบทความที่โดนใจกับผู้ที่ได้อ่านและเป็นข้อคิดที่ดี จนเกิดกระแสมีการแชร์ต่อในโลกออนไลน์ กว่า 3 หมื่นกว่าแชร์ และยังถูกแชร์อย่างต่อเนื่อง วันนี้ทางทีมงานจึงขอหยิบยกบทความที่กำลังถูกพูดถึงมาให้ได้อ่านกันอีกครั้ง

สิ่งที่เริ่มเข้าใจตอนอายุใกล้ 30

(จดไว้ อีก 10 ปี จะมาอ่าน)

– พออายุใกล้ 30 เรามีความสุขกับเสื้อผ้า กระเป๋าน้อยลง แต่ความสุขของเราเริ่มเกิดขึ้นเมื่อรู้ว่าต่อจากนี้จะใช้ชีวิตยังไง ถึงจะมีความสุขในแบบของตัวเอง

– เราอยากโทรหาพ่อแม่ทุกครั้งที่มีเวลา เราอยากสำเร็จให้เร็วที่สุดเพื่อให้พ่อแม่ได้เกษียณ พักผ่อนตามอัธยาศัย เพราะเราก็คงอยากทำแบบเดียวกันตอนอายุเท่าพ่อแม่

– การตั้งใจหาเงินเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว ถ้ายังไม่สำเร็จก็ขยันไปเถอะ แต่การตั้งใจไม่ได้แปลว่าต้องให้งานเป็นทั้งหมดของชีวิต 

– ต้องสร้างต้นทุนสุขภาพให้ได้ก่อน สุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาว ยังไม่เห็นผลตอนนี้แต่ก็ต้องทำเพื่อให้มีแรงต่อยอดต้นทุนอื่นที่เหลือ

– อยู่มาจะครึ่งคนแล้ว เราจะไม่หนีปัญหาเพราะในชีวิตไม่ว่าเรื่องอะไร ถ้าเราละเลยในวันนี้ มันจะวกกลับมาหาอีกในวันหน้า ไม่ช้าก็เร็ว แต่มาแน่นอน

– เราไม่เอาเรื่องดราม่าในชีวิตมาบ่นในเฟสบุค ถึงโพสต์แล้วมันทำให้ได้ระบาย แต่เพื่อนทุกคนในเฟสบุคไม่ได้ต้องการเป็นที่ระบาย ถ้าจะมีคงเป็นแค่เพื่อนบางคน และเราเลือกที่จะคุยกับเค้าในชีวิตจริงมากกว่า

– การเลิกแล้วต่อกันโดยไม่ยึดติดกับความคิดตัวเองว่าเราผิดหรือไม่ผิด มันทำให้ชีวิตไปต่อได้ อย่าติดอยู่กับกับดักอารมณ์นานๆ ปล่อยให้ความจริงปกป้องเราเอง จบที่ใจตัวเองให้ได้ 

– ความรักเวลาคบกันไปนานๆ เรื่องที่เค้าทำให้เรามาตลอด เราได้รับจนชินก็จะไม่เห็นคุณค่า กลายเป็นว่าสุดท้ายจะไม่มีอะไรดีเลยเพราะเราคาดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ วิธีแก้คือให้กลับบ้าง จะได้รู้ว่าการทำอะไรให้ต่อเนื่องสม่ำเสมอมันก็แสดงว่าเค้ารักเรามากแค่ไหน

– ตอนเด็กจะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ไปไหนก็ได้ ตอนโตสังคมคนทำงาน ภาพลักษณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก วันไหนแต่งตัวดีจะรู้สึกเหมือนฟ้าเปิดงานราบรื่น ความจริงคนตัดสินกันที่ภายนอกมันก็ปกติ เพราะยังไม่รู้จักก็ต้องดูจากที่เห็นก่อน

– แต่บุคลิกภาพดีไม่ได้แปลว่าต้องแต่งตัวรวย หรือสวย เราว่ามันคือความลงตัวและรู้จักกาละเทศะมากกว่า

 

– รอยยิ้มเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพกับคนใหม่ๆ ฝึกยิ้มให้คนไม่รู้จัก ถึงจะแป๊กบ้างแต่ก็ยังมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนดีๆ

– อย่าติดพูดคำว่าเดี๋ยว ถ้าจะทำต้องทำเลย เพราะถ้าไม่ทำเลยก็จะมีเรื่องอื่นมาแทรกจนสุดท้ายไม่ได้ทำ

– เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ต้องรีบตามให้ทัน ไม่ใช่แค่ถูกDisrupt แต่เพราะเป็นทางลัดของอะไรหลายๆอย่างได้ ต้นทุนลด โตแบบก้าวกระโดด มีโอกาสทั้งนั้น

– คิดให้มาก ทำให้มากกว่า

– เรามองเห็นเพื่อนหลายคนที่โตมาด้วยกันมีเส้นทางชีวิตที่ต่างกันออกไป แม้จะไม่ได้คุยกันเลย แต่เชื่อว่า

– เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนอยู่เสมอ 

– โอกาสมักมาตอนได้เจอคนใหม่ๆ หรือไปในสถานที่ใหม่ๆ

– ทุกวัน กินข้าวให้อิ่ม หลับให้สนิท รักตัวเองให้เยอะๆ

– เราอยู่ในโค้งสุดท้ายของวัยที่ยังลองผิดลองถูกได้ ช่วงนี้จะถามตัวเองบ่อยๆว่ายังมีอะไรที่อยากลองอีกไหม?

– ถ้าธุรกิจยังไม่นิ่งอย่าเพิ่งดึงเงินออก เพราะถ้าเจอวิกฤติจะพังทั้งระบบเลย ยิ่งถ้าสายป่านสั้น cashflowยิ่งสำคัญมากๆ

– มีเด็กหลายคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย และมีผู้ใหญ่หลายคนที่ประสบความสำเร็จตอนอายุมากแล้ว เพราะฉะนั้น มันไม่ได้เกี่ยวกับอายุ

– แบ่งเวลาอยู่ในโลกออนไลน์ให้พอดี อะไรที่มากเกินไปย่อมมีโทษเสมอ

– ถ้าต้องยกเลิกอะไรกับใคร ตัดสินใจได้แล้วให้รีบบอกทันที อย่ารอให้ตัวเองกล้าพูดแล้วค่อยบอก เพราะจะทำให้คนอื่นแก้ปัญหาไม่ทัน

– เราอยู่ในวัยที่มีมากพอที่จะแบ่งปัน เป็นผู้ให้ย่อมสุขกว่าเป็นผู้รับ

– ความเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีมจะช่วยให้สำเร็จได้ไวขึ้น เราเชื่อในพลังของTeamwork

– การคบเพื่อนที่หลากหลาย ทำให้เราต่างเติบโตทางความคิดได้มาก

– คนเก่งแต่ไหนถ้าเจอปัญหาครอบครัวเข้าไป ส่วนใหญ่performanceลดลงเกิน80% ดูแลความสัมพันธ์ในครอบครัวสำคัญสุด 

– ถ้ายังไม่สำเร็จ ลองเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ อย่าทำแบบเดิมซ้ำๆ

– การเปิดใจฟังคำวิจารณ์ ช่วยให้เราได้รู้ว่าสิ่งที่ต้องรีบแก้ไขคืออะไร

– พออายุมากขึ้น อย่าเพิ่งลืมความฝันวัยเด็กที่เคยมี

– พ่อแม่ยังมองว่าเราเป็นเด็กเสมอ แม้วันนี้จะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่จำเป็นต้องต่อต้าน แค่เข้าใจก็พอ

– การทำงาน ไหนๆก็ต้องใช้เวลาทำเหมือนกัน ทำให้ดีทุกครั้งไปเลย อย่างน้อยเราได้ฝึกพัฒนาตัวเองไปด้วย 

– หากมีเพื่อนหรือใครมาขอความช่วยเหลือ อย่าช่วยในสิ่งที่ตัวเองต้องมานั่งกลุ้มภายหลัง ความจริงถ้าเค้าเห็นเราเป็นเพื่อน เค้าคงไม่ทำให้เราต้องลำบากใจตั้งแต่แรก

– การตัดสินในช่วยเหลือใคร แค่เราหวังดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูที่ตัวเค้าด้วยว่า ได้พยายามแล้ว มากแค่ไหน

– ความกดดันแบบสุดขีด มักทำให้เราเห็นศักยภาพสูงสุดของตัวเอง และช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุด จะกลายเป็นเรื่องเล่าที่ดีที่สุดในวันที่เราผ่านมันไปได้

– เวลาตอบคำถามใคร ถ้าเกินจากที่รู้ให้ตอบว่าไม่รู้ อย่าแกล้งทำเป็นรู้ กล้าถามแค่ครั้งเดียว ดีกว่ากลับไปแล้วทำอะไรต่อไม่ได้เลย

– เรามักละเลยคนใกล้ไปทำดีกับคนไกล แต่เมื่อเจอปัญหาคนใกล้ต่างหากที่ไม่เคยทิ้งเรา

– ระมัดระวังทุกการกระทำ คนเราทำดีร้อยครั้งจำไม่ได้ ทำผิดครั้งเดียวจำไม่ลืม

– อย่าพยายามสอนใคร ถ้าเค้ายังไม่พร้อมที่จะเปิดใจรับฟัง

– ยิ่งโตขึ้นยิ่งมีแต่เรื่องให้ต้องตัดสินใจ แต่ไม่ว่าตัดสินใจถูกหรือผิดยังไง ชีวิตก็ยังต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น

– แม้แต่คนที่เราเกลียดที่สุด ก็ให้บทเรียนที่ดีที่สุดกับเราได้ ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ในการพัฒนาตัวเองได้หมด แค่ต้องคัดกรองให้เป็นว่าเรื่องไหนควรรับ เรื่องไหนควรทิ้ง

– อย่าเป็นคนขี้อิจฉาเวลาเห็นคนอื่นสำเร็จ อะไรที่มันเป็นของเรา มันก็จะเป็นของเรา

– สิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงชีวิตได้มากมีสองสาเหตุ 1.พลังบวก 2.คือความเจ็บปวดขั้นสุด

– คนรวยจะเก่งในการลดเวลาทำงานที่เนื้องานไม่สร้างมูลค่า

– 20กว่าปีที่ผ่านมา เป็นวัยที่ทำมาหากินอย่างรุนแรง ช่วงชีวิตต่อไป ต้องเริ่มบริหารทุกด้านให้เป็นระบบกว่านี้

และสุดท้าย

– กว่าจะรู้ว่าชีวิตคืออะไร เราก็ใช้มันไปแล้วครึ่งชีวิต

ใจนึงก็กลัวตัวเลข30 แต่อีกใจก็อยากขอบคุณที่วันนี้มุมมองชีวิตเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน

ดลหทัย ทีนะกุล 2562

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *